อีกไม่กี่วัน ชาวพุทธทุกคนจะได้น้อมรำลึกแสดงความกตัญญูต่อพระศาสดาในวันที่มีความสำคัญที่สุดในโลก ก็คือวันวิสาขบูชา ในวันนี้เป็นวันที่ได้แสดงพุทธบารมี ไว้ในการประกาศทางสายกลางหรือ มัชฌิมาปฏิปทา โดยเดือน 6 เป็นกึ่งเดือนในหนึ่งปี วันขึ้น 15 ค่ำ ก็คือครึ่งหนึ่งของเดือน วันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ล้วนเกิดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ด้วยกันทั้งสิ้น
ดังนั้น ขอทุกท่านเมื่อน้อมจิตรำลึกถึงพระคุณแห่งพระศาสดา อย่าลืมพิจารณาตนเองด้วยว่า ท่านได้เดินทางสายกลางหรือยัง คำว่าทางสายกลาง ไม่ใช่ให้ทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ แต่หมายถึงการใช้ชีวิิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท ไม่หมกหมุ่นลุ่มหลงกับชีวิตจนหลงลืมความจริงว่า เรามีความแก่ ความเจ็บ ความตาย คอยผูกเราไว้ให้ติดอยู่ในสงสารนี้ แล้วเรายังจะทุ่มเทชีวิตอย่างบ้าคลั่งไปกับเป้าหมายของกิเลสหรือ
ทางสายกลางนี้คือ การรู้จักพิจารณาชีวิตในทุกแง่มุม สุขก็ดี ทุกข์ก็ได้ รวยก็ดี จนก็ไม่เป็นไร ไม่ได้หมายถึงต้องทำตัวเฉยเป็นแกงจืด ชืดได้ทุกที่ทุกเวลา ชีวิตมีรสชาติได้ แต่อย่าติดใจ อย่าปรุงจนเกินขอบเขต ออกแสวงหาแสงสว่างในธรรมให้ชีวิตบ้าง
เมื่ออาจารย์ได้อ่านคำทำนายความเสื่อมในพระศาสนาของพระพุทธเจ้าที่อ่่านไปแล้วก็เกิดขนพองสยองเกล้าคือรู้ด้วยญาณสัมผัสว่า จักเกิดขึ้นจริงตามนั้น ซึ่งแม้ผู้ไม่ต้องมีญาณก็เห็นอยู่แล้วว่าจริงเพียงใด ในคำทำนายที่ถ่ายทอดมามีความว่า
เมื่อล่วง 1,000 ปี จะไม่มีพระภิกษุใดบรรลุปฏิสัมภิธาญาณ
เมื่อล่วง 2,000 ปี จะไม่มีภิกษุใด เหาะเหิรเดินอากาศได้ คนทั้งหลายจะหันไปเคารพผี วิญญาณ มาร และมีมิจฉาทิฏฐิเป็นอันมาก ต่างจะพากันล่มจมและตกนรก
เมื่อล่วง 3,000 ปี จะไม่มีปัญญาอยู่ท่ามมกลางมนุษย์ โลกจะร้อนเป็นไฟ
เมื่อล่วง 4,000 ปี จะไม่มีพระภิกษุเหลืออยู่แล้ว บาตรไตรจีวรจะสิ้นสูญ คือไม่มีสงฆ์อีกแล้ว
เมื่อล่วง 5,000 ปี ผู้คนจะพากันหมิ่นพระศาสนา ใครใคร่ทำอะไรทำ ใครใคร่ทำร้ายชีวิตใครก็ทำจะสิ้นสุดศาสนาของพระพุทธเจ้าโคดม
ในกรณีแรกเมื่อล่วง 1,000 ปี จะไม่มีพระภิกษุผู้บรรลุปฏิสัมภิธาญาณสี่ประการคือ อัตถปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในอรรถ คือการรอบรู้แตกฉานในธรรมและกล่าวอธิบายได้อย่างพิสดาร ธัมมปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในธรรม ที่มาของเหตุปัจจัยทั้งที่เป็นเหตุจากปัจจุบันหรือจากอดีตชาติ นิรุตติปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในนิรุตติ คือเข้าใจภาษาได้หลายภาษาทั้งๆที่ไม่ได้เคยเรียนมาก่อน รวมถึงภาษาสัตว์ ภาษาเทพ เป็นการเข้าถึงที่เกิดจากญาณ ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในปฏิภาณ มีไหวพริบฉลาดเฉลียว ว่องไว สามารถแก้ข้ออรรถธรรมได้อย่างรวดเร็ว จนผู้ฟังต้องยอมจำนน นี่คือล่วงพันปีแล้ว จะไม่มีภิกษุใดที่บรรลุอรหันต์ได้โดยมีปฏิสัมภิธาญาณครบทั้ง 4 ประการ จะมีแต่ผู้ได้สัมภิธาญาณในบางข้อ
ส่วนในปีของพวกเราคือล่วง 2,000 ปี คนทั้งหลายจะลุ่มหลง หันไปเคารพภูติผีปีศาจมารและมิจฉา ทิฏฐิเกิดขึ้นทั่ว ผู้คนจะพากันล่มจมและตกนรก ในข้อนี้เป็นหัวใจสำคัญที่อยากจะยกมาพูดถึง เพราะนับแต่โลกมุ่งไปที่วัตถุนิยมสุดโต่ง หลงเงิน หลงความร่ำรวยและชื่อเสียง คนพากันทำพิธีบูชาพระราหูชนิดลืมไปว่าตนเคยกล่าวคำว่า ขอถึงซึ่งพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง เรียนธรรมะเอาปริญญามาอวดกัน แทนที่จะศึกษาเพื่อปฏิบัติให้พ้นทุกข์ สอนทำบุญให้หวังผล ทำมาก รวยมาก เล่นกับมันสิ สวนทางกับแก่นธรรมชนิดเอาหางมาอยู่หัว ไม่สอนให้ละ ให้สละ แต่สอนโลภ สอนให้หลง
บางคนก็ทำตัวเป็นธรรมะอินเทรนด์ ธรรมะจำอวด ฟังธรรมพาเพลินไม่ใช่ฟังให้เตือนตนเตือนสติ ฟังธรรมดีกว่าดูตลก เอาหลักธรรมมาเล่นจำอวด บางคนเอาพระธรรมมาเล่นคอนเสริตธรรมะในสวน ธรรมะพาเพลิน แต่หารู้มั้ยว่า ยิ่งร้อง รากกิเลสมันยิ่งงอกๆๆ มารมันยอมให้มีธรรมแบบผิวๆ แต่ข้างในมันนั่งหัวเราะตัวโยกตัวคลอน เพราะมันรู้ว่า ยิ่งร้อง ยิ่งหลง ยิ่งเพลิน ยิ่งยึด
ดูพลังมารเถิด เล่นกับมันสิ เรื่องธรรมเรื่องบุญบาป นรกสวรรค์ไม่สอน ไม่พูดถึง บอกถ้ามีจริงต้องเห็น ไม่เคยปฏิบัติ แต่เถียงธรรมหน้าด้านเลย แล้วยิ่งสมัยนี้ โลกเชื่อมกันทั้งโลก กระแสกิเลสพันกันยิ่งกว่าสายไฟ ใครใส่ความคิดที่เห็นผิดลงไป แต่ไปเข้าทางชอบใจพวกที่ไม่อยากเห็นถูก พวกมิจฉาทิฏฐิเชียร์เสียงดังกลบคนดีเสียงค่อย มันก็กวาดคนพากันล่มจมหมดเลย คือกวาดกันทางเวบ ล่มจมกันเป็นพวกๆไปเลย
ตอนที่ข่าวของหลวงตามหาบัวท่านช่วยชาติ ด้วยการรับบริจาคเงินเข้าคลังหลวง เพื่อค้ำยันสกุลเงินบาทไว้ ไม่ให้มีค่าเป็นแบงก์กงเต็ก คนไม่รู้กุศลโลบาย หรือขนาดท่านอธิบายแล้วอธิบายอีก พวกไม่ยอมเข้าใจ ก็รุมด่าว่าพระอรหันต์ ทำไมมายุ่งกับเงินทอง ทั้งๆที่ท่านไม่ได้ทำเพื่อส่วนตัวเลย เป็นเรื่องความอยู่รอดของชาติล้วนๆ คนก็ด่าท่านชนิดไม่กลัวบาปกรรมเลย ข่าวลงอินเตอร์เนทที ก็กวาดลงนรกกันไปชุดใหญ่เป็นพันเป็นหมื่น ทำบาปกันง่ายดาย ล่มจมกันง่ายดายมาก
ข่าวปกป้องพระศาสนาของโนอิ้งบุดด้า องค์กรเราได้ไปลงในเวบข่าวผู้จัดการที่เป็นเวบข่าวที่มีคนอ่่านมากที่สุด ได้ขึ้นเป็นประเด็นใหญ่ มีคนเข้าไปอ่านถึง 40,000 คน คนเห็นด้วยก็มี แต่บางคนมันแกว่งมือมาพิมพ์บอกไม่เห็นเป็นไร บางคนบอก ใครอยากย่ำยีพระรูปพระศาสนาก็ทำไป ยึดมั่นในธรรมอย่างเดียว ปล่อยวางแล้ว แค่นี้ คนที่เข้าไม่ถึง สักแต่ว่าอ่าน เจอคำอะไรนะ ธรรมะ กับปล่อยวาง กลัวคนอื่นเขาไม่รู้ว่าตัวรู้จักคำว่าปล่อยวางกับเขาเหมือนกัน รีบกดโหวตกันเยอะแยะ กวาดลงไปอีก เพราะในประเด็น ที่เขามาเขียนความเห็นนี้ เป็นการชี้นำให้คนละเลยต่อผู้ที่ลบหลู่พระศาสดา ใครอยากเหยียบย่ำยังไงก็ทำไป เราวางแล้ว
เราอยากให้คนที่บอกว่าวางแล้ว ไม่ถืออะไรแล้ว ลองมั้ย มันมีบริษัทฝรั่งเอาพระพุทธรูปไปใส่ไว้ในรองเท้าแตะฟองน้ำ เป็นภาพพระเศียรเต็มๆ เลย กล้ามั้ย กล้าเหยียบมั้ย ถ้าบอกว่านี่ไม่ใช่ภาพสัญลักษณ์ของพระศาสดา วางจริงก็มาเหยียบให้ดูสิ จะได้รู้ใจตัวเองว่าถึงขั้นไหน เลวได้ขั้น หรือดีได้ขั้น คนรู้ไม่จริง แล้วพาคนอื่นจมไปตามๆ กัน
อาจารย์ไม่กล้าหรอกนะ เราปล่อยวางแบบพวกอวดรู้ไม่เป็น เราไม่วางเลย ไม่วางความดี จะทำแต่ความดี และมีแต่มุ่งเผาความโง่ทิ้งไป เพื่อจะได้ละได้ในความสุขและความทุกข์ เพื่อจะละได้ในกิเลสที่พาให้เศร้าหมอง ปล่อยวางกิเลส ไม่ใช่ปล่อยวางธรรม
มิจฉาทิฎฐินี่แก่กล้ามากในยุคของพวกเรา จำไว้เถิด ปกป้องลูกหลานของพวกท่านให้ดีเถิดในเรื่องนี้ จนเดี๋ยวนี้ต้องสอนศิษย์ว่า ให้สอนลูกหลานให้อธิษฐานว่า ขอให้ห่างไกลจากมิจฉาทิฏฐิ จนเด็ก 7 ขวบเอาไปเขียนการ์ดปีใหม่ให้คุณครูที่โรงเรียนว่า ขอให้คุณครูห่างไกลจากมิจฉาทิฏฐิ อาจารย์เห็นการ์ดก็ขำ แต่ตอนนี้ขำไม่ออก เพราะได้ประจักษ์ว่ามิจฉาทิฏฐินี่แรงกล้ามาก คนมันจะปิดตาข้างเดียว รับฟังแต่เรื่องที่เป็นประโยชน์ตัวเองแต่เรื่องจริงที่เป็นเหตุและผลไม่เอาเลย
คำทำนายของพระพุทธองค์ ไม่มีทางเป็นอื่นไปได้เลย ดังนั้น ท่านทั้งหลายต้องเร่งทำความเพียร ทำความดีให้ถึงพร้อม เพราะหากถึงไม่พร้อม เผลอนิดเดียว จะถูกกวาดให้ล่มจมลงไปด้วย และหากท่านต้องเวียนมาเกิดในยุคสุดท้ายช่วงใกล้ปี 5,000 นี่ จะยิ่งน่าสยดสยองยิ่งนัก พิจารณาตนให้ดี เราอยู่ในช่วงกึ่งพุทธกาลที่ยังพอมีแสงแห่งความหวัง แสงแห่งปัญญายังพอมีอยู่บ้าง ปล่อยให้ความล่มจมเป็นของคนโง่ แต่ท่านต้องไม่โง่ ต้องไม่พาตัวลุ่มหลงกับกิเลสตัณหา ท่านต้องฉุดพาตัวท่านและคนที่ท่านรัก ให้รอดพ้นไปจากวิบัติภัยแห่งการสูญสิ้นพระศาสนา เวลาในชีวิตเหลืออีกไม่มาก ฝ่ากระแสไปให้ได้ ว่ายข้ามฝั่งกันมาให้ได้ อย่าได้ต้องมีชีวิตมาเวียนเกิดอีกในโลกมนุษย์อีก
วันวิสาขบูชาที่จะถึงนี้ บูชาพระพุทธเจ้าให้ดี ทำให้ถูกเถิด เคยอธิษฐานขอพระพุทธองค์มา 364 วันแล้ว ขอสักวัน ในวันที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลก น้อมใจอธิษฐานรำลึกถึงพระคุณ และอุทิศบุญอุทิศคุณงามความดีใดๆ ที่ท่านจะได้ทำในวันนั้น ถวายพระบาทพระศาสดา ให้บุญที่ท่านบำเพ็ญเกิดเป็นพลังช่วยยังพระศาสนาให้พ้นจากความเสื่อม ขอให้ศาสนาของพระองค์ยืนยงได้ถึง 5,000 ปี
และหากจะอธิษฐานอื่นใดอีก ก็ขอให้เป็นคำอธิษฐานที่อยู่เหนืออำนาจกิเลสทั้งปวง จงเมินเชิดใส่อำนาจแห่งมายา คำอธิษฐานขอให้รวย ขอให้รุ่ง ไม่ต้องเอามาผสมให้จิตจมอยู่กับความเศร้าหมอง จงอธิษฐานให้ห่างไกลจากมิจฉาทิฏฐิ อธิษฐานเพื่อการพ้นไปจากความทุกข์ ให้มีปัญญาเห็นธรรม เห็นความจริง พึงอธิษฐานเถิดว่า
“ธรรมใดที่พระศาสดาชี้ทางไว้ดีแล้ว ขอให้ข้าพเจ้าได้ถึงซึ่งธรรมนั้น”
อัจฉราวดี วงศ์สกล
1 มิถุนายน 2555
……………………….
สนใจข้อมูลเตโชวิปัสสนากรรมฐานและการอบรมธรรมะ ดูได้ที่ www.schooloflifethailand.org ขอคำสอนที่โพสต์ทุกวันอังคารและวันศุกร์ เป็นไฟล์.doc ได้ที่ joe.techo@hotmail.com หรือ f : คุยกับศิษย์เตโชวิปัสสนา , สอบถามปัญหาธรรมกับอาจารย์ได้ที่ email: school_oflife@yahoo.com
……………………………
ถ้อยแถลง - เตโชวิปัสสนากรรมฐาน คือการวิปัสสนาด้วยวิธีการจุดธาตุไฟในกายมาเผากิเลส อันเป็นวิธีทางลัดตัดตรงสู่นิพพาน ตามหลักสติปัฏฐานสี่ วิธีการนี้ไม่เคยมีใครได้รู้มาก่อน พระอาจารย์สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังษี ได้สื่อจิตมาสอนให้ อาจารย์อัจฉราวดีในปี 2550 จนได้เข้าถึงมรรคผลชั้นสูงอย่างรวดเร็ว และได้เปิดสอนภาวนาให้แก่บุคคทั่วไป สิ่งที่ท่านได้อ่านนี้ คือคำสอนธรรมะที่ถึงลูกถึงคน ให้แก่ศิษย์และผู้สนใจ ได้ตระหนักถึงธรรมอันลึกซึ้ง แต่เข้าถึงง่าย เพื่อให้มีจิตมั่นคงต่อพระศาสนา

