Teachings - Techovipassana : เตโชวิปัสสนา

เงื่อนปมลับ ที่มาพร้อมกับการเผาสลายนันทิ
  

         นานหลายปีแล้วที่อาจารย์ภาวนาลงไปยังกามโอฆะ  ซึ่งเป็นกิเลสเครื่องดองสันดานมัดสัตว์ไว้ในภพ   มีลักษณะเป็นห้วงน้ำมีอยู่ 4 ห้วงคือ  กามโอฆะ  ภวโอฆะ ทิฐิโอฆะ และ อวิโชฆะ  อันรวมเป็นอาสวะกิเลสชั้นสุดท้ายที่ลึกที่สุดของจิต  

         การจะเข้าถึงการหลุดพ้นได้ ผู้ภาวนาไม่ว่าจะปฏิบัติสายใดต้องผ่านมาถึงด่านอาสวะกิเลส    สายไหนที่อ้อมมากๆ  ก็ภาวนากันจนแก่ตายก็อาจยังไม่ถึง  หรือมาถึงเอาตอนใกล้จะตาย  สายที่มีอานุภาพสูงลัดและตรงเช่นเตโชวิปัสสนา  ที่เผาตีปัญหาไปที่จิตสังขารโดยตรง  ไม่อ้อมค้อมด้วยธาตุไฟในกาย  เพียรไม่นานก็เข้าถึงอาสวะกิเลสอย่างรวดเร็ว  จนการหลุดพ้นไม่ใช่เรื่องเหลือวิสัย  ดั่งที่คนโง่และคนแกล้งโง่พยายามยัดเยียดความคิดให้คนอื่นไม่เชื่อว่า  หลุดพ้นเกิดขึ้นได้จริงและรวดเร็ว    หากโง่จริงแล้วไปชี้นำด้วยมืดบอด  โทษก็อาจเขาหน่อย  แต่หากแกล้งโง่และมีเจตนาทำลายศรัทธาและความเชื่อของผู้อื่นต่อสายวิชาเตโชวิปัสสนา   ก็ต้องรับกรรมสาหัสของตนไป   ที่ไม่เพียงแต่ทำลายตนเองอย่างเดียว   แต่ยังไปทำลายศรัทธาต่อการทางหลุดพ้นของผู้อื่นด้วย    เวลากรรมสนองก็รับไม่ไหว  ผู้สมรู้ร่วมคิดก็โดนหนัก  ผู้ที่สนับสนุนด้วยความเงียบอย่างเดียว  ก็อย่าถือว่าจะรอด เพราะลงเรือลำเดียวกัน  

       พญายมราชฝากบอกผู้ติดตามอ่านว่า

 “ พระคุณเจ้าบอกเขาไปอีกสักครั้งเถิดว่า คนโง่ ย่อมเป็นเหยื่อของคนชั่ว  คนทั้งโง่และทั้งชั่ว ย่อมเป็นเหยื่อของไฟนรก ….ที่แดนอเวจีนี้ไม่เคยพร่องด้วยเชื้อเพลิง  เพราะโลกมากไปด้วยคนจิตชั่วสามานย์    แม้คิดว่าตนจะไม่ตกอบาย  ก็อย่าได้วางใจ  เพราะแดนนรกภูมิที่กระผมดูแลอยู่  สามารถส่งไฟอเวจีขึ้นไปเผาผลาญได้ทุกที่ๆ มีเชื้อกรรม  ”

        พญายมราช  ท่านว่ามาอย่างนี้  ก็แถลงต่อไปเพื่อบอกบุญ

……….

       กามโอฆะ  ที่เหนียวหนืดหนัก หยั่งรากเป็นลาวาอยู่ในแกนของจิต ไม่ต่างอะไรกับแกนโลก  เป็นอาสวะกิเลสที่ทำลายได้ยากมาก  หากพลังการปฏิบัติไม่ถึงขั้น ขาดวินัย และยังไม่เพียรละนันทิ  เพราะกามโอฆะ  คือความพอใจในกามราคะ กามฉันทะ  ใคร่เสพสิ่งที่ทำให้เพลินและพอใจ  ไม่ว่าจะเป็น หนัง เพลง นิตยสารประโลมโลก นวนิยาย  เครื่องดื่มมึนเมา  เกมส์  การบ้ากิน บ้าดื่ม บ้าเที่ยว  การทำแค่ถือศีล ทำบุญเป็นได้แค่เบี้ยยังชีพ  ที่พาให้วนมารับทุกข์อยู่เช่นนั้น   ชาวพุทธ 95 %  มัวเมานันทิกันทั้งนั้น

      ประสบการณ์ภาวนาที่กระจ่างในจิต  ทำให้อาจารย์ได้เห็นโทษภัยของนันทิ   ไม่ว่าจะเป็นเสียงเพลงที่วนเมาอยู่ในหัว หนังที่ผุดมาเป็นเรื่องๆ  อาหารที่กินกันเป็นโต๊ะจีน  ความหลงเพลินช้อปปิ้งขนาดเห็นในจิตมีห้างสรรพสินค้า  ล้วนแต่เป็นความมัวเมาที่หากไม่ละ  ก็ไม่หลุด    และน้อยนักที่จะมีคนพูดตีมาถึงอานุภาพอันรุนแรงของนันทิ  เพราะผู้สอนธรรมส่วนมากเห็นแค่ตัวหนังสือ  จึงไม่เข้าถึงโทษภัยของมัน    

      นันทิจึงกลายเป็นมารที่คนไม่รู้วิธีเด็ด  และไม่กล้าจะเด็ด พราะขาดคนจริงชี้ทาง 

       พิธีเผาสลายนันทิครั้งมโหฬารในงานภาวนาเพื่อแผ่นดิน เมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา  นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์พุทธศาสนาในประเทศไทย  ที่ไม่ได้เผาแค่เหล้า  แต่เผาความมัวเมาที่ทำให้จิตติดในภพ  ไม่ว่าจะเป็น นิตยสารประโลมโลก ซีดี หนัง เพลง เกมส์ นิยาย สิ่งที่เผาไม่ได้ผิดกฏหมาย   แต่ผิดกฏของการเป็นอิสระจากภพชาติ  

         ก่อนจะเข้าสู่วันที่เผานันทิ  ศิษย์ในคอร์สถูกต้านด้วยพลังพยาบาทมากกว่าปกติ  เพราะสืบเนื่องจากวันเด็ดหัวมารนี่เอง  เพ่งไปก็รู้ด้วยจิตว่า ที่พื้นดินลานโพธิ์ เต็มไปด้วยจิตอสรพิษที่ส่งมาขวางกันมโหฬาร   แม้แต่ที่ต้นโพธิ์ก็ยังมีแทรกทะลุออกมา และมีแฝงอยู่ที่ต้นลีลาวดี  ต้นไม้อัปมงคลที่ถูกเปลี่ยนชื่อลวงจิตให้คนลุ่มหลงความงามของต้นและดอกไม้   แต่เป็นความงามที่มากด้วยพิษเพราะเป็นไม้ที่ติดมากับคำสาปแช่งเมื่อเจ้าเมืองลาวนำมาบรรณาการสยาม   ลีลาวดีรอบลานโพธิ์เมื่อก่อนไม่ค่อยมีพิษ  แต่พอใกล้วันเผานันทิ  พิษสงก็เพิ่มทวีร้ายกาจ   เพราะกลายเป็นสังขารให้เหล่ามารมาสิงอาศัยส่งพลังต้าน   อาจารย์ภาวนาแก้ไขปัญหามารแทรก  จึงต้องโค่นลีลาวดีทั้ง 5 ต้นพร้อมขุดรากมาเผาเพื่อยังกระแสนี้ไปสู่ต้นอื่นๆ ด้วย 

     ต้นไม้ที่สะสมพลังอัปมงคล  ถูกเผาไปพร้อมกับนันทิที่เป็นโซ่ตรวนผูกศิษย์ไว้ในภพหากยังตัดใจไม่ได้   เมื่อมาถึงบริเวณงาน ได้เห็นศิษย์และผู้ร่วมภาวนายืนรออยู่ในอากาศสงบเพื่อรอพิธีฌาปาณกิจกิเลสที่ฝังอยู่ในจิตใจ   ข้าวของที่ได้เห็น มิอาจจินตนาการได้เลยว่า  แฝงเข้าไปนอนเนื่องผูกมัดจมเป็นลาวาในจิตของผู้เสพมากมายเพียงใด  ผู้ไม่รู้ก็ขอแนะนำว่า  หนังสือต่างๆ อย่าเผาได้มั้ยฉีกไปขายช่างกิโลดีกว่า  อาจารย์บอกว่าไม่ได้  มันขาดพลัง เราต้องใช้กระแสนี้ดึงกระแสที่แฝงอยู่ที่อื่นๆ ออกมาด้วย  เวลานี้ ไม่ใช่เวลาหาโอกาสรีไซเคิล  เป็นเวลาของพลัง  ที่ไม่ได้เกิดขึ้นได้บ่อยๆ  เพราะเมื่อสิ่งเหล่านี้ถูกเผาด้วยจิตที่สงบ ละคืน มิได้ขึ้งเคียด เผาด้วยปัญญา  กระแสนันทิที่จุดนี้ก็จะไปดึงกระแสนันทิที่อื่นให้อ่อนแรงด้วยเหมือนคลื่นแม่เหล็ก  มันเป็นเรื่องของพลังงาน

        เมื่อได้เห็นเพลิงลุกโชน  จิตที่สัมผัสได้คือ   เสียงกรีดร้องความรู้สึกกระอักเลือดของมาร ที่ถูกเด็ดหัวกันปานนี้  แต่จิตของผู้อยู่รายรอบกลับเบาสบาย 

      แต่ไหนแต่ไรไม่เคยมี  แค่เผาเหล้ายังพอทน  แต่นี่ล้วงเข้าไปถึงอาวุธที่เปรียบดั่งปฏิกรณ์ปรมาณูที่กิเลสมารใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยวโลกให้คนมัวเมา  เครื่องดื่มมึนเมาเป็นแค่ไม้หลอก  แต่ไม้จริงคือนันทิเหล่านี้ต่างหาก  ต่อเมื่อมาโดนล้วงเผาตรงสมองเช่นนี้  ก็สุดจะพรรณา…..อย่าได้ตระหนกไป เพราะเมื่อวันแผ่เมตตารุ่งขึ้นในการภาวนาหยุดโลก  พลังกระอักก็กลับแปรเปลี่ยนเป็นความจำนนต่อพลังมหาเมตตา  ย้ายข้างมาหาก็ไม่น้อย

     นันทิที่ถูกสังเวยในครานี้มี   เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 150 ขวด ซีดีเพลง/ภาพยนตร์   6,000 แผ่น หนังสือและนิยายประโลมโลก,อิโรติค   3,000 เล่มเครื่องเล่นเกมส์ play station 3    2 เครื่อง  ไพ่ยิปซี   1 สำรับ

      จากคำบอกเล่าของศิษย์ โดยคุณสุวลักษณ์ (เปิ้ล)มีนิมิตก่อนงานว่า ได้ขึ้นไปยังถ้ำแห่งหนึ่ง ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปเหลืองอร่ามไปหมด และมีพระแขก ประเทศศรีลังกาโยนถุงที่ห่อด้วยผ้าสีแดงมาให้ แล้วบอกว่า หัวมาร เมื่อหยิบมาดูก็ได้โยนเข้ากองไฟที่จุดไว้ในถ้ำนั้น    ช่วงเผาสลายนันทิก็ได้เห็นตัวมาร สีดำ ๆ เป็นยางเหนียวหนืดนอนดิ้นอยู่บนกองเพลิงที่กำลังเผา (ไปรออ่านละเอียดเล่ายาวในเรื่องในวันพุธอีกครั้ง)  ส่วนคุณดารณี  ช่วงที่เผากองหนังสือ ก็เห็นเป็นยางเหนียวหนืด ปะทุออกมา กระแทกในจิตกันตรงๆ 

      ของคุณไชยยิ่ง  เจ้าของนันทิที่มีมูลค่าสูงที่สุดและเคยหวงแหนมาก  ก็รายงานว่า  “ช่วงที่ ท่านอาจารย์เทเหล้า โดยศิษย์คอยหยิบแล้วส่งให้ท่าน ถ้าจะบอกว่า มันเป็นอารมณ์ที่ ไร้ความรู้สึกไปแล้ว คือ สักแต่ว่าส่ง ขวดให้  เปิดขวด ส่งให้ท่านอาจารย์ ไม่มีความอาล้ย หวงแหน เสียดาย อะไรใดๆ  เลยครับ มันเป็นความรู้่สึกที่ได้หลังจาก ได้ไปอธิษฐานที่ต้นโพธิ์ และได้ให้สัจวาจาที่จะขอทำลายเครื่องมอมเมานี้ต่อพระรัตนตรัย รวมทั้งไดกราบเรียนท่านอาจารย์ถึงความปรารถนาในใจไปแล้วในคอร์สครับ”

 ….

        ยังมีอีกหลายคน ณ ที่นั่น ที่ใจยังมีอาลัย มิอาจตัดนันทิได้  ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันเป็นการต่อสายทุกข์มหันต์  ทั้งๆที่รู้ว่าชีวิตไม่เที่ยงและโอกาสที่จะประกาศความเป็นไทอาจไม่มีอีก  แต่ก็ยังยอมให้มารหลอกอยู่เช่นนั้น  บางคนเป็นถึงผู้ปิดอบายแล้ว  ก็ยังประมาทมัวเมาพาตนให้ตกต่ำ  เปิดช่องให้มีสังขารให้ยมพบาลส่งไฟขึ้นมาเผาผลาญจิต  นี่แหละคืออานุภาพแห่งความเมา  ถูกปิดตา ลวงใจ  เมาจนตื่นไม่ได้

        การถูกตัดขาดความอาลัยในนันทิ   ถือเป็นวิกฤตของฝั่งมาร   เพราะมันคืออาวุธลับสำคัญที่เป็นส่วนมันสมอง  แต่ยังมีส่วนหัวใจที่อาจารย์จะเผยให้ทีหลัง  อย่างไรก็ดี เมื่อใดที่มีผู้ปลดสลักความเมานี้ออกจากจิตไปได้  คิดหรือว่าโซ่เส้นสุดท้าย  บุคคลผู้อาจหาญจะทำให้ขาดไม่ได้

       ยินดียิ่งนัก  ยินดีด้วยกับทุกดวงจิตที่ละความอาลัยในนันทิ  ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่จะกลายเป็นก้าวกระโดด  ขึ้นสู่ทางนิพพาน

       อ.อัจฉราวดี  วงศ์สกล

       15 ธันวาคม 2557


Comments