Description

ภารกิจสำนึกกตัญญูที่ยิ่งใหญ่แห่งสยาม

ขอเชิญทุกท่านอ่านเรื่องเล่าความรู้สึกจากภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่ผานมา เรียบเรียงมาพิเศษโดยคุณกันยา ภัทราวาท ทั้งจากท่านรองอาจารย์โสภิต ชลวิชิต อีกทั้งศิษย์ทีมงาน และศิษย์ท่านอื่นๆ อาทิ คุณธรณินทร์ นวประดิษฐ์กุล, คุณไชยยิ่ง จารุสิทธิประภา, คุณสุวลักษน์ เสนานุช, คุณพิญญรักษ์ โภคินณัฐวัฒน์ ที่ขับรถไกลมาจากอ่างทองคนเดียว และพระสัญชัย พระสุปฏิปันโนแห่งธรรมสถาน ณ ลานหินป่าโมกข์ ที่เดินทางไกลจากจ.สุรินทร์
............................
ระหว่างเดินทางมาร่วมงานภาวนา ข้าพเจ้าเห็นรถยนต์นับหลายร้อยคัน ทุกยี่ห้อหรูและเก่าเก็บ จอดเรียงเป็นตับระยะทางกว่าครึ่งกิโล ป้ายบอกว่าเป็นสนามไก่ชน เห็นแล้วรู้สึกสลดใจระคนกับโล่งใจ ที่ชีวิตข้าพเจ้าและเพื่อนๆในรถไม่ได้จอดหยุดอยู่แค่ข้างทางนั้น เพราะวันนี้เรามีจุดหมายอยู่ที่ธรรมสถาน ทั้งๆที่เราเกิดเป็นมนุษย์เหมือนกัน แต่ทางที่เลือกทำให้เรามีชีวิตต่างกัน ข้าพเจ้ารู้สึกตนเองช่างมีวาสนาเหลือเกินที่วันนี้ข้าพเจ้าและกัลยาณมิตรจากทุกสารทิศ ต่างมีปลายทางเพื่อทำสิ่งที่ต่างไปจากคนอื่นๆ สิ่งมีความหมายยิ่งใหญ่ต่อชีวิต คือการเป็นผู้รู้คุณคนและตอบแทนพระคุณ ด้วยโอกาสที่ได้รับจากท่านอาจารย์อัจฉราวดี

ก่อนเริ่มภาวนาที่ลานโพธิ์มีผีเสื้อตัวเล็กๆบินมาเกาะที่ไหล่ ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงคำกล่าวว่า เพียงผีเสื้อขยับปีก ยังสะเทือนถึงดวงดาว..วันนี้จึงได้เข้าใจความหมายขึ้น เพราะทุกสิ่งคือพลังงานเชื่อมถึงกัน เพียงผีเสื้อขยับปีก ยังเกิดการเปลี่ยนแปลง แล้วสิ่งที่เราได้ร่วมภาวนาด้วยกัน ใครจะรู้บ้างว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดจากกลุ่มคนเล็กๆกลุ่มหนึ่งด้วยใจบริสุทธิ์..จะเป็นบ่อเกิดแห่งพลังความบริสุทธิ์ สั่นสะเทือน แผ่ขยายไปกว้างไกลขนาดไหนนั้น มิอาจจินตนาการได้เลย...
...........................

ความรู้สึกจากผู้ร่วมงาน

รองอาจารย์โสภิต ชลวิชิต:

ก่อนงานภาวนาเพื่อแผ่นดิน 1สัปดาห์ แต่สิ่งที่เห็นในจิตเนืองๆนั้นยากที่จะอธิบายได้ ในขณะที่พรมนํ้ามนต์ในบริเวณงาน ข้าพเจ้าสังเกตุเห็นบางสิ่งมาฝังแฝงอยู่ แต่บ่งบอกให้ชัดเจนมิได้ รู้แต่ว่ามาซุ่มอยู่ และก็ได้กราบเรียนท่านอาจารย์ไปเช่นนั้น เช้ามืดของวันแบ่งบุญเมื่อท่านอาจารย์เปิด บทพุทธัง......สรณัง....จิตข้าพเจ้าก็ตรึงนิ่ง เกิดปิตีซ่าน ภาพที่เห็นในจิตคือพระพุทธองค์ได้เสด็จลงมาในท่าประทานพร จน บทพุทธังจบลง ข้าพเจ้านํ้าตารินและหันไปบอกศิษย์น้องๆว่า" พระพุทธองค์เสด็จลงมาประทานพรให้พวกเรานะ" เป็นนิมิตรหมายที่ดีก่อนจะเริ่มภาวนาเพื่อแผ่นดินในเวลาเย็น

เมื่อเริ่มภาวนาเพื่อแผ่นดิน ตั้งแต่วินาทีแรก เวทนาที่ไม่มีมานานแล้วก็ปรากฏขึ้น มากและมากขึ้นทุกขณะบวกตะคริว ทั้งขาด้านซ้าย จิตคิดไปถึงท่านอาจารย์ "เรายังหนักขนาดนี้ ท่านคงแลกด้วยชีวิตเป็นแน่ เมื่อท่านแลกเราหรือจะยอม ตายไปพร้อมท่านอาจารย์นี่แหละ"

การภาวนาคืนนั้นยากและลำบากมาก เหนียวหนืดมากแม้จะมีนักรบเหล่าเทวดาต่างๆ จะมาช่วยอย่างมากมายก็ตาม เมื่อเลย 2 ชั่วโมงแล้วท่านอาจารย์ยังไม่ถอนภาวนา ข้าพเจ้าคิดทันที่ว่าท่านคงยังไม่เสร็จกิจเป็นแน่ จนเวลาผ่านไปข้าพเจ้าก็เห็นแสงสว่างขึ้นและสว่างมาก ขึ้นเป็นสีทอง เสียงท่านอาจารย์ "ถอนภาวนา" ข้าพเจ้าแทบลุกไม่ขึ้นเมื่อภาวนาจบ จึงได้เข้าใจถึงสิ่งฝังแฝงที่มาแอบซุ่ม สุมกำลังอยู่ใต้ดินทั้งแทงทั้งเจาะ ทำให้ผู้ภาวนารู้ถึงความปวดที่ไม่เคยเป็นถึงขนาดนี้

........
คุณธรณินทร์ นวประดิษฐ์กุล:

ไม่เพียงแต่จำนวนคนที่เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น พลังความรักความศรัทธาที่มีต่อท่านอาจารย์และธรรมแท้ ที่ท่านปลูกฝัง ยิ่งทวีความแข็งแรงหนักแน่นมั่นคง การรวมตัวกันของคนในจำนวนมหาศาล แต่ทุกท่านต่าง อยู่ง่าย กินง่าย มีวินัย... หากมองด้วยสายตาทางโลก อาจจะไม่มีใครเข้าใจ แต่ผู้ร่วมภาวนาทุกคน ต่างได้ตระหนักด้วยตนเองแล้วว่า ในครานี้ได้เกิดเป็นพลังในระดับจิตที่ยิ่งใหญ่และบริสุทธิ์เพียงใด หลายคนเคยมองข้ามคุณของแผ่นดินเกิด ก็ได้มีจิตตื่นและน้อมซาบซึ้งต่อพระคุณ 
........
คุณไชยยิ่ง จารุสิทธิประภา:

ทันทีที่มาถึงที่ธรรมสถาน ทีมงานต่างรู้หน้าที่ ช่วยกันแบบเต็มที่ เต็มกำลัง ซึ่งภาพเหล่านี้ ล้วนหาได้ยากในสังคมปัจจุบัน ที่มีผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง ในงานสลายนันทิและความมัวเมา ภาพกองหนังสือมหึมา แผ่นซีดีหนัง เพลง ขวดเหล้านานาชนิดทำให้โต๊ะที่ดูใหญ่โตแคบลงไปถนัดตา ถือได้ว่าเป็นงานสลายนันทิ โดยฆราวาสครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เมื่อถึงช่วงภาวนา ทั้งแม่ทัพ(ท่านอาจารย์) และเหล่านักรบแห่งธรรม ตั้งแต่เด็กรุ่นหนุ่มสาว ไปจนถึงผู้สูงอายุต่างนั่งแบบสู้ไม่ถอย นาทีนั้น คือการภาวนาเพื่อทำหน้าที่ของตนอย่างดีที่สุด จะหาใครในแผ่นดินสยามนี้ ได้อีกไหม ที่มารวมตัวกันเพื่อประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างแท้จริง นั่งภาวนากว่า 2 ชั่วโมงท่ามกลางบรรยากาศในหน้าหนาวแบบนี้

........ 
คุณสุวลักษน์ เสนานุช:

นับตั้งแต่รักษาตัวที่รพ. ตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2557 และยังไม่หายดี ข้าพเจ้ายื่นขอโรงพยาบาลกลับบ้านก่อนเพื่อเตรียมเข้าภารกิจให้ได้ เมื่อได้เวลาพิธีสลายนันทิ ข้าพเจ้าได้ยินเสียงกรีดร้องที่ครํ่าครวญ เป็นเสียงของกิเลสนันทิที่กำลังถูกเผาด้วยไฟแห่งจิต ของการหลุดพ้นนั่นเอง สิ่งของต่างๆ ที่อยู่บนลานเผาได้กลับกลายเป็นยางดำเหนียวข้นยืดๆ ที่รูปร่างคล้ายคน มีหัว มีเบ้าตา มีแขน มีขา นั่นคือ โมหะแห่งความหลง ความมัวเมา ความเพลิดเพลิน ยั้วเยี้ยล้นลานพิธี กำลังดิ้นทุรนทรายด้วยความเจ็บปวด พริบตาเดียวทุกอย่างกลายเป็นเถ้าธุลี ข้าพเจ้าเห็นแสงแดดสีทองส่องสว่างไปทั่วบริเวณธรรมสถาน แต่คือแสงสีทองผ่องอำไพจากจิต ของเหล่าศิษย์ ที่เติบโต บริสุทธิ์ สดใส กล้าหาญเผชิญกับการล้างบางนันทิของตนเอง โดยการฟูมฟักของท่านอาจารย์ผู้เปี่ยมล้นไปด้วยพระมหันตเมตตา ที่ยอมแลกทุกสิ่งเพื่อพาจิตของเหล่าศิษย์กลับบ้าน

เมื่อใกล้เวลาภาวนาเพื่อแผ่นดิน มองไปทางไหนก็เห็นแต่ความบริสุทธิ์ใสของจิตแต่ละท่าน ที่สื่อผ่านออกมาจากรอยยิ้ม แววตา ในการเข้าได้เข้าร่วมการภาวนาที่สำคัญยิ่ง ในครั้งนี้กันทุกคน เห็นแล้วปลื้มปิติใจเหลือเกิน บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ความขลัง ช่างอบอุ่นยิ่งนักแม้อากาศจะเริ่มเย็นลงและลมเย็นเริ่มจะพัดแรงขึ้นก็ตาม

เมื่อท่านอาจารย์ผู้เป็นจอมทัพแห่งธรรมมาถึง ท่านองอาจและสง่างามมาก ข้าพเจ้ารู้สึกได้ถึงอานุภาพผ้าคลุมไหล่สีแดงของท่านช่างทรงพลังยิ่งนัก เมื่อท่านอาจารย์ทำการสักการะพระบรมศาสดาอยู่นั้น เสียงกลองรบก็ค่อยๆ ดังขึ้นในจิตของข้าพเจ้า และเริ่มดังไปทั่วทุกทิศทุกทางรอบธรรมสถาน และหยุดลงเมื่อท่านอาจารย์ได้กล่าวนำ เพื่อให้นักภาวนาที่เป็นมนุษย์ และอมนุษย์ต่างๆ ได้น้อมจิตสำนึกในความกตัญญูที่จะตอบแทนคุณ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์

พอลงมือภาวนา มีลมเย็นกรรโชกแรงเป็นระยะๆ ตลอดเวลา การภาวนาเพื่อแผ่นดินในปีนี้ เป็นการภาวนาเพื่อแผ่นดินครั้งแรกของข้าพเจ้า และรู้สึกถึงความหนักหน่วงมากเหลือเกิน ข้าพเจ้าหนักตัวมาก มีความรู้สึกเหมือนนํ้าหนักตัวเองมากขึ้นเป็นสิบเท่าตัว ในขณะนั่งภาวนาอยู่นั้นข้าพเจ้ารับรู้ได้ถึงความแข็ง เหมือนตัวเองนั่งภาวนาอยู่บนพื้นดินที่แข็งมาก ๆ ทั้งที่ความจริงแล้วข้าพเจ้านั่งภาวนาอยู่บนเบาะนั่ง 2 ใบ จากนั้นตัวข้าพเจ้าก็รู้สึกเหมือนตัวเองถูกดูดลงไปในดิน ตัวถูกฝังนั่งภาวนาอยู่ในดิน เหลือแต่หัวที่อยู่เหนือพื้นดิน เป็นเช่นนี้อยู่หลายรอบ เมื่อจิตเริ่มสัดส่าย เสียงท่านอาจารย์ก็ดังขึ้นในจิตของข้าพเจ้าว่า “อุเบกขา” ตั้งหน้าตั้งตาลุยเผาอย่างเดียว

ผ่านไปสักพักใหญ่ๆ เมื่อจิตของข้าพเจ้านิ่งเต็มที่แล้ว ภาพที่ปรากฏในจิตของข้าพเจ้าคือ ข้าพเจ้าเห็นสายฟ้าฟาดลงมาที่กลางลานโพธิ์ เป็นสายฟ้าที่มีขนาดใหญ่ สว่างใส รุนแรง รวดเร็ว

ต่อจากนั้นเห็นดวงจิตพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับบนพระราชบัลลังค์นั่งอยู่ ด้านหลังมีช้างทรงพระที่นั่ง บนคอช้างเชือกด้านขวามีสมเด็จพระนเรศวรประทับนั่งอยู่ ด้านซ้ายมีสมเด็จพระเจ้าตากสิน ด้านหลังมีพระปิยมหาราชประทับนั่งอยู่ เบื้องหน้าพระราชบัลลังค์ คือ ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล และเหล่าศิษย์เตโชทุกท่านที่เข้าร่วมการปฏิบัติภาวนาเพื่อแผ่นดินในครั้งนี้ ทั้งท่านอาจารย์และศิษย์ทุกท่านอยู่ในลักษณะอาการการนั่งภาวนาเหมือนในขณะนี้ทุกประการ จากนั้นก็มีแสงสีทองสาดแสงพุ่งขึ้นมาจากพื้นรอบพระราชบัลลังค์ ดังเปรียบฝังหลอดไฟ LED ขนาดใหญ่ไว้ใต้พื้นนั้นก็ไม่ปาน เมื่อนั้นเหนือองค์เหนือหัวทรงประทับยืนขึ้น ทรงมีน้ำพระเนตรคลอและทรงกล่าวว่า “ขอบใจทุกท่าน ขอบใจจริง ๆ” พระสุรเสียงมิได้ออกมาจากพระโอษฐ์แต่จากจิตของพระองค์ ยังความปิติเป็นล้นพ้น จนไม่อาจจะกลั้นน้ำตาได้ เมื่อถอนภาวนา เหล่าเทพยดาองค์หลายล้านโกฎิมาร่วมอนุโมทนาสาธุการ กับการภาวนาในครั้งนี้ มากมายขนาดหาที่ว่างบนฟ้าไม่ได้เลย แม้กระทั่งเปรต ที่อยู่ภายนอกธรรมสถาน ก็มาร่วมอนุโมทนา

เมื่อถอนภาวนาและน้อมจิตถวายบุญตามท่านอาจารย์ ขณะที่จิตน้อมตามท่านอาจารย์ อยู่นั้น ข้าพเจ้าได้เห็นเหล่าเทพยดาองค์โปร่งแสง เรืองแสง ขนาดยืนซ้อนๆ องค์กัน ก็ยังหาที่ว่างบนฟ้าไม่ได้เลย จิตรับรู้ได้ว่าหลายล้านโกฎิมาร่วมอนุโมทนาสาธุการกับการภาวนาในครั้งนี้ ไม่เว้นแม้กระทั่งเปรต ที่อยู่ภายนอกธรรมสถาน

ภารกิจที่ยิ่งใหญ่แห่งสยามจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่มีท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ผู้นำทัพที่กล้าหาญ เสียสละ เปี่ยมไปด้วยพระมหันตเมตตา ในปัจจุบันกาลนี้จะหาบุคคลใดเทียบมิได้

........ 
คุณพิญญรักษ์ โภคินณัฐวัฒน์

ข้าพเจ้าขับรถมาไกลจากอ่างทอง คนเดียว เพื่อมาร่วมงานนี้ให้ได้ คำสอนของท่านอาจารย์ทำให้ข้าพเจ้าได้รู้สำนึก และตระหนัก ในหน้าที่ของตน โดยเริ่มจากความดีในตัวเรา และค่อยๆ แผ่วงกว้างไปสู่ผู้อื่น ทำให้ข้าพเจ้า มีแรงใจ เชื่อมั่นและศรัทธาในความดีของความกตัญญู ที่เป็นการสละคืนอย่างผู้รู้คุณ 
........ 
คุณปณิตตรา วิเศษชิดพล

ข้าพเจ้าได้มาร่วมงานโดยการชักชวน ของเพื่อนๆ ด้วยความรู้สึกเหมือนเป็นเรื่องแปลกใหม่จากการสวดมนต์ข้ามปีตอนขึ้นปีใหม่ แต่ครั้งนี้ข้าพเจ้ามาด้วยใจที่อยากทำอะไรเพื่อแผ่นดินบ้างอย่างที่ใครๆเค้าก็ทำกัน สถานที่ตกแต่งไว้เป็นระเบียบ ที่พัก อาหาร ทุกอย่างเตรียมพร้อม ทั้งๆที่คนมาร่วมงานมาก แต่ทุกอย่างแต่เป็นไปอย่างเรียบร้อย และได้รับความสะดวก บรรยากาศเทือกเขาสวยงามมาก ทุกคนยิ้มแย้ม อบอุ่น เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน จากเสร็จสิ้นจากการปฏิบัติภาวนา ก็เหมือนได้โตขึ้นอีกขั้นโดยไม่ต้องรอให้ข้ามปี โตขึ้นด้วยความตื่นรู้ โตขึ้นด้วยความเสียสละ โตขึ้นด้วยความตระหนักถึงหน้าที่ที่แท้จริงในฐานะประชาชนคนไทยที่ต้องกตัญญูรู้คุณต่อแผ่นดิน พระศาสนาและพระมหากษัตริย์ค่ะ
........ 
คุณคณพศ โชคธนานุกูล

ช่วงพิธีสลายนันทิขณะที่ท่านอาจารย์กำลังเทน้ำเมาลงในกองเพลิง เห็นภาพของคนมีเขาสีดำ ตัวสีม่วงนั่งจิบไวน์อยู่บนเก้าอี้แสนสบาย เมื่อเห็นว่าเทเหล้า ชายคนนั้นดีดตัวออกจากพนักพิง แล้ว ตะโกนออกมาว่า "เผาของของกูทำไม" สำหรับงานภาวนา ผมรู้สึกตื้นตันอย่างมาก เมื่อพบว่ามีผู้มาตอบแทนแผ่นดินมากมายขนาดนี้เชียวหรือ และเมื่อหลังภาวนาในจิตเห็นท้องฟ้าสว่างขึ้นกว่าเดิม เป็นสิ่งที่ประทับใจมากครับ
........ 
คุณพยุงศักดิ์ ชาลีกุล

ผมพบว่าพื้นที่ที่ใช้จัดงานในปีนี้ใหญ่กว่าเดิม กว่าสองเท่า เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า “ธรรมแท้”ที่เราแสวงหา! มีผู้คนได้พบแล้วและกำลังเพิ่มจำนวนขึ้นไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ผมและผู้ร่วมงานต่างความประทับใจ ที่ได้ร่วมปฏิบัติด้วยกัน 
........

ปิดท้ายด้วยความรู้สึกของพระสัญชัย พระสุปฏิปันโนแห่งธรรมสถาน ณ ลานหินป่าโมกข์ ที่เดินทางไกลจากจ.สุรินทร์

“อาตมารู้สึกปลื้มปีติใจที่ได้ร่วมภาวนาเพื่อตอบแทนพระคุณชาติ ศาสนา พระมหากษัตรย์ พวกเราทุกคนโชคดีมากที่ได้เกิดมาในแผ่นดินไทย มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขและเป็นลูกศิษย์ท่านอาจารย์ อัจฉราวดี สิ่งที่ท่านได้กระทำนั้น อาตมารับรู้ด้วยจิตว่า เหล่าวีรชน บูรพกษัตริย์ทั้งหลาย และทวยเทพเทวดาต่างสรรเสริญอนุโมทนาสาธุการมหาศาล เพราะไม่เคยมีผู้ใดกระทำด้วยความเสียสละยิ่งขนาดนี้มาก่อน และขอแสดงความห่วงใยในกายสังขารท่านอาจารย์ ที่อาตมารับรู้ได้ว่า ท่านเสียพลังและเหนื่อยล้าไปมาก อยากฝากข้อคิดว่า ท่านจะหาพ่อแม่ครูอาจารย์ที่มีความเมตตาและเสียสละอย่างท่านอาจารย์อัจฉราวดี ในยุคนี้นั้นหาได้ยากยิ่งแล้ว ขอท่านได้ภูมิใจเถิด ขอให้ศิษย์ทั้งหลายมีความหนักแน่น ตั้งใจปฏิบัติและเชื่อฟังคำสอน อย่านอกทาง อย่าหลงอภิญญาเพราะไม่ใช่ทาง เพราะกิเลสจะล่อลวงทุกวิธีทาง และสุดท้ายทำให้ปรามาสครูอาจารย์ขอให้พึงมีสติ ทำหน้าที่ปกป้องครูอาจารย์และตอบแทนพระคุณให้ดีที่สุด”

ข้าพเจ้าเชื่อว่าถ้อยคำทั้งหลายจากผู้ร่วมงานนี้ เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของความรู้สึก ภาพความเสียสละที่มิอาจเสแสร้ง ได้ลงมือกระทำให้เห็นจริง กว่า 4 ชั่วโมงแห่งการภาวนาสองวัน และ 480 ชั่วโมงของทีมงานในการเตรียมสถานที่ คือ พลังของผีเสื้อกลุ่มเล็กๆ ที่ต่างมาด้วยใจของผู้ให้ คือพลังแห่งความดีงามที่จะแผ่ขยายออกไปไม่สิ้นสุด..ที่แม้ดวงดาวหรือทั่วทุกภพภูมิ ย่อมสั่นสะเทือน

.................................................... 
โดย คุณกันยา ภัทราวาท